ความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ของปีศาจแดง

ความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ของปีศาจแดง

 

หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปลี่ยนผู้จัดการทีมใหม่ตั้งแต่ที่ โอเล กุนนาร์โซลชา ยังเป็นเพียงแค่ผู้จัดการทีมแบบชั่วคราว นั้นสามารถทำผลงานได้ดีจนน่าตกใจ แฟนบอลของปีศาจแดงต่างได้รับชมฟุตบอลสไตล์บู๊ที่คิดว่าจะไม่ได้เห็นหลังจากที่หมดยุครุ่งเรืองของ เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน ไปเสียแล้วแต่ผู้จัดการทีมสายเลือดผีอย่างโซลชาที่เคยเป็นอดีตนักเตะของโรงละครแห่งความฝันมาก่อน ดูเหมือนจะเข้าใจถึงความเป็ นยูไนเต็ดได้เป็นอย่างดี ถึงขนาดที่ว่าช่วงยุคมูรินโญ่นั้นเขาเคยพูดไว้ว่า

ด้วยสภาพทีมยูไนเต็ดตอนนี้ การที่จะได้ครองอันดับ 4 หรือมากกว่าต้องพึ่งปาฏิหาริย์เพียงเท่านั้นแล้ว แต่ทว่าเมื่อโซลชาได้มากุมบังเหียนอยู่พักหนึ่ง ก็ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับขึ้นสู่อันดับ 4 ได้อยู่พักหนึ่ง ซึ่งตัวโซลชาและเหล่านักเตะปีศาจแดงรุ่นปัจจุบันก็ได้แสดงผลลัพธ์ แก่คำพูดของมูรินโญ่แล้วว่า ปาฏิหาริย์นั้นมีจริง หรือเป็นตัวของพวกเขากันแน่ ที่ร่วมแรงร่วมใจกัน ฟันฝ่าอุปสรรคจนสามารถขึ้นมาถึงจุดนี้ได้ แม้กำลังตกต่ำก็ตามที 

 

 

แต่ช่วงแห่งการฉลองชัยนั้น ก็อยู่กับพวกเขาได้เพียงชั่วครู่เหมือนดั่งพายุที่โหมกระหน่ำเข้ามาแล้วกำลังจะผ่านไป ถ้าหากลองค้นหาสถิติ 5 หลังสุดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดูแล้วจะสามารถรู้ได้เลยว่าทำไมถึงใช้ คำพูดในด้านบน เพราะจาก 5 นัดการแข่งขันที่ผ่านมามีเพียงนัดเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาสามารถคว้าชัยชนะมาได้ แถมชัยชนะในครั้งนั้นก็ไม่ได้มาจากรูปเกมแห่งการบุกเพื่อคว้าชัยชนะเสียเท่าไหร่นัก คือ การที่พวกเขาชนะขุนค้อนอย่างเวสต์แฮมแบบฉิวเฉียดด้วยสกอร์ 2-1 ประตู ได้มาจากลูกโทษทั้ง 2 ลูกผู้ทำประตูทั้ง 2 ครั้งเองก็คือ ปอล ป็อกบา เพียงคนเดียวเลย ส่วนนัดที่เหลือถือเป็นความพ่ายแพ้ ที่ค่อนข้างส่งผลได้อย่างชัดเจนแล้วว่า พวกเขากำลังมีปัญหาทั้งเรื่องของผู้เล่นที่ดูไม่ค่อยทำเกมได้ดีเท่าไหร่นัก และแผนของผู้จัดการทีมที่มีอยู่อาจจะไม่ตอบโจทย์สำหรับนักเตะชุดนี้ ทำให้ยูไนเต็ดเปิดบ้านแพ้ไปถึง 2 ครั้ง และยัง ออกไปพ่ายนอกบ้านด้วยจำนวนสกอร์ที่ค่อนข้างห่างชั้นกับอีกทีมอย่างมากเสียด้วย 

 

 

Manchester United VS Barcelona (สกอร์รวม 0-4)

 

  

ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก ปีศาจแดงได้ถูกจับคู่กับเจ้าบุญทุ่ม สายโหดแห่งเมืองสเปน ผลที่ออกมาในนัดแรกยูไนเต็ดเปิดบ้านพ่ายให้กับบาร์เซโลน่าด้วยสกอร์ 1-0 โดยผู้จัดการทีมอย่างโซลชาเอง ก็มองเห็นถึงปัญหาระหว่างการเล่นแล้วด้วยว่า ถ้าบทสรุปออกมาได้เลวร้ายกว่านี้ตัวเขาเองคงไม่แปลกใจนักถ้าหากเราจะแพ้สัก 5-0 หรือ 6-0 ถ้าหากใครที่ได้รับชมเกมนั้นและได้ฟังบทสัมภาษณ์เช่นนี้ คงคิดออกแล้วว่าการแข่งขันนัดถัดไปจะเกิดอะไรขึ้น ใช่มันเป็นอย่างที่โซลชาได้ให้สัมภาษณ์ไว้ ปีศาจแดงบุกพ่ายบาร์ซ่า อีก 3-0 ประตู ซึ่งครั้งนี้ยิ่งเห็นได้ชัดกว่าเดิมเลยว่า ฟอร์มการเล่นโดยรวมของพวกเขา ไม่ไหวแล้ว ต้องมีผู้เล่นที่มาช่วยยกระดับทีมมากกว่านี้สัก 4-6 คนเป็นอย่างต่ำ ด้วยประสิทธิภาพผู้เล่นที่พวกเขามีอยู่ในตอนนี้คงยังไม่มากพอที่จะดึงทีมขึ้นจากจุดตกต่ำในช่วงนี้ไปได้  

 

 

 

 

Manchester United VS Everton (0-4)  

 

 

หลังจากที่พึ่งโดนบาร์เซโลน่าอัดเสียจนอยู่หมัดไปไม่ถึงอาทิตย์ดีนักในรอบ 8 ทีมยูฟ่า แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ก็ต้องพบกับความพ่ายแพ้ ที่สาสมกับฟอร์มในตอนนี้ เมื่อต้องจากโรงละครแห่งความฝันไปเยือนสนามของเอเวอร์ตัน เกมนี้เหล่าแฟนบอลปีศาจแดงที่รับชมอยู่หน้าจอทีวี คงจะเครียดและเศร้าอย่างบอกไม่ถูก เพราะเพียงแค่เล่นไปครึ่งแรกก็ถูกขึ้นนำถึง 2-0 อย่างไม่มีทางได้คืนมาง่ายๆ หลังจากที่หมดเวลาพักครึ่งแรก 15 นาที หลายคนอาจจะเริ่มมีความหวังว่า โค้ชหรือผู้จัดการทีมจะเข้าไปกระตุ้นนักเตะในห้องแต่งตัวเพื่อให้กิดความฮึกเหิม เหมือนสมัยที่เซอร์อเล็กอดีตนายใหญ่ แห่งแมนเชสเตอร์ยูเนเต็ดเคยทำอยู่บ่อยครั้งจนเราได้เห็นผลลัพธ์ที่น่าทึ่งมาแล้วในหลายๆ เกมแต่ ยุคนี้ดูเหมือนกับว่าจะไม่ได้ใกล้เคียงกับในสมัยนั้นเลยแม้แต่น้อย เมื่อเริ่มเวลาครึ่งหลัง ไปได้แค่ 11 นาทียูไนเต็ดก็ถูกทิ้งห่างเพิ่มขึ้นเป็น 3-0 ประตูในนาทีที่ 56 ไฟยังคงร้อนแรงต่อเนื่องกับทางฝั่งของเอเวอร์ตัน เมื่อ ธีโอ วัลคอตต์ ได้รับบอลจากเพื่อนร่วมทีมหลุดเดี่ยวไปยิงลอดขาเด เคอา ส่งให้เอเวอร์ตันขึ้นนำเหนือยูไนเต็ดอย่างเด็ดขาดในช่วงนาทีที่ 64 ห่างกันเพียง 8 นาทีเท่านั้น สุดท้ายจบเกมที่สกอร์รวม 4-0 ประตู ลูกอมเม็ดนี้คงขมขื่นทั้งกับปีศาจแดงและแฟนบอลไปสักพักหนึ่งเลยทีเดียว 

 

 

Manchester United VS Manchester City (? -?)  

 

 

ดาบี้แมตช์รอบถัดไปของยูไนเต็ดก็ต้องมาเจอกับรองจ่าฝูงที่กำลังโชว์ฟอร์ม เดือดไม่แพ้อันดับหนึ่งอย่างหงส์แดงเลย ด้วยสถิติ 5 นัดหลังของซิตี้ที่เปิดบ้านรับทีมไหนก็ตามเป็นอันชนะหมด ถึงแม้ว่าสกอร์จะไม่ห่างชั้นมากนักก็ตาม ซึ่งแพ้เพียงแค่นัดเดียวตอนไปเยือนสเปอร์ส ในรอบ 8 ทีมของยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก แต่ก็แพ้เพียงแค่ 1-0 ประตูเท่านั้น และนัดถัดไปก็เปิดบ้านซัดเจ้าไก่เดือยเสียจนหมอบและผ่านเข้ารอบไปด้วยกฎอเวโกลด์ 4-4 ประตู อีกทั้งสถานการณ์ของเรือใบสีฟ้าในตอนนี้ เป็นรองจากจ่าฝูงเพียงแค่ 2 แต้มเท่านั้น จึงทำให้ศึกดาบี้แมตช์ครั้งนี้ จำเป็นอย่างมากที่พวกเขาจะต้องชนะเกมนี้ เพื่อส่งตัวเองกลับสู่อันดับ 1 ของตาราง ส่วนทางด้านของยูไนเต็ดก็อย่างที่เราทราบกันดีว่าไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นักทั้งผลที่ผ่านมา พึ่งแพ้เอเวอร์ตันไปถึง 4-0 มาเจอกับซิตี้คงหืดขึ้นคอตามเคย ถึงแม้ว่าเสียงเชียร์จากแฟนๆ ปีศาจแดงเองจะบอกว่าให้แพ้อีกสักนัดจะเป็นอะไรไป เพียงหวังให้ลิเวอร์พูลล่วงลงมาเป็นอันดับ 2 แทนซิตี้ โลกจะได้สงบสุข ก็อย่างว่า ปีศาจแดงกับหงส์แดงเป็นคู่อริกันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แฟนแมนซิตี้เองก็คงหวังไว้แบบนั้นเหมือนกัน 

 

 

เหลือเวลาอีกไม่มากแล้วกับการแข่งขันพรีเมียร์ลีก ยิ่ง 2 นัดการแข่งขันถัดไปของแมนยูต้องเจอทั้งแมนซิตี้ และไปต่อด้วยสิงโตน้ำเงินคราม เชลซีอีก ซึ่งทางฝั่งนั้นเขาก็มีสถิติที่น่ากลัวเหมือนกันคือ 5 นัดหลังแพ้เพียงแค่เกมเดียว ที่แพ้ให้กับจ่าฝูงลิเวอร์พูล ที่เหลือเป็นการชนะที่เกือบเก็บคลีนชีทได้ทั้งหมด  

 

Leave a Reply