ฟาดแชมป์คู่ไหม หรือยังไงกับหงส์แดงปีนี้ 

ฟาดแชมป์คู่ไหม หรือยังไงกับหงส์แดงปีนี้ 

 

เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่นัดการแข่งขันกับลีกฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุด ในเกาะอังกฤษ พรีเมียร์ลีก ลีกนี้เป็นที่นิยมอย่างมากไปทั่วโลก ยิ่งกับประเทศไทยเองก็เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายเช่นกัน และในฤดูกาลนี้ที่ทีมต้นตารางกำลังขับเคี่ยว กันอย่างเมามัน ด้วยเหตุที่ว่าใกล้ถึงโค้งสุดท้ายแล้วทำให้ทีมที่ครองอันดับ อันดับแรกของพรีเมียร์ลีก อย่าง ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ซิตี้ ที่มีแต้มห่างกันเพียงแค่ แต้มเท่านั้น

แล้วยิ่ง ลิเวอร์พูล นั้นห่างแชมป์มาหลายต่อหลายปี ถึงแม้ว่าปีก่อนๆ จะมีเข้าใกล้บ้างก็ตามที แต่ก็ยังไม่ได้สัมผัสแชมป์ลีกเลยนับสิบปี ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ใกล้เคียง และมีลุ้นมากที่สุดเท่าที่เคยแข่งขันมาในพรีเมียร์ลีก นอกจากจะได้เป็นว่าที่แชมป์พรีเมียร์ลีก ยังไม่พอ พวกเขายังได้เข้าถึงรอบสี่ทีมสุดท้ายของ ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก ทำให้ยังคงลุ้นแชมป์ยูฟ่าได้ต่ออีกหนึ่งแชมป์  ซึ่งฟอร์มของพวกเขาในตอนนี้เองไม่น่าเป็นห่วงเลย 

 

ถ้าหากย้อนกลับไปดูสถิติการแข่งขันในพรีเมียร์ลีกย้อนหลังของ หงส์แดง ชัยชนะที่พวกเขาคว้ามาในแต่ละเกม จะมีการทำประตูมากกว่าหนึ่งประตูขึ้นไป บางเกมก็มีรูปเกมที่ค่อนข้างห่างชั้นกับอีกทีมโดยชัดเจน ทั้งยังไม่มีข้อแม้ที่ว่า การออกไปเล่นนอกบ้านของพวกเขาจะอ่อนแอลง  ไม่ว่าพวกเขาจะเล่นในบ้านหรือนอกบ้านช่วงนี้ ก็จะสามารถโชว์ฟอร์มโหดได้มาตลอด ลองไปส่องสถิติที่ผ่านมาทั้งใน ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก กับ พรีเมียร์ลีก ของพวกเขาเลยดีกว่า 

 

Liverpool VS Chelsea ( 2-0 ) 

 

https://i2-prod.liverpoolecho.co.uk/incoming/article15205013.ece/ALTERNATES/s1200/0_Liverpool-chelsea.jpg

 

นัดนี้ ลืเวอร์พูล ต้องเปิดรังรับการมาเยือนของสิงโตน้ำเงินคราม สำหรับการแข่งขัน ในนัดนี้ของลิเวอร์พูลดูไม่ค่อยพร้อมรับศึกเท่าไหร่นัก เนื่องจากนักเตะบางคน ไม่พร้อมสำหรับการแข่งขันนี้อย่าง อเล็กซ์ อ็อก เลด แชมเบอร์เลน แต่ในแดนหน้า สามประสาน ของพวกเขายังคงพร้อมบุกตลุยเพื่อส่งลูกบอลเข้าไปตุงตาข่ายฝ่ายตรงข้ามเช่นเดิม ส่วนทางด้านของเชลซีเองค่อนข้างพร้อม มากกว่าทีมเจ้าบ้าน เนื่องจากนักเตะพร้อมรับศึกแล้วทุกคน ดูจากการครองบอลแล้วเห็นได้ชัดเจน ว่าเจ้าบ้านกำลังเป็นต่อ เพราะมีเปอร์เซ็นต์การครองบอลมากถึง 62% นั่นมากพอที่จะทำให้พวกเขาสร้างโอกาสทำประตูถึง 10 ครั้ง โดยเป็นการยิงหลุดกรอบ ครั้ง และ เข้ากรอบทั้งหมด ครั้ง

ในขณะที่ทีมเยือนอย่างสิงโตน้ำเงินครามมีโอกาสทำประตูเพียงแค่ ครั้งเท่านั้น เข้ากรอบเพียง 3 ประตูจากทั้งหมด แต่ลูกที่เข้ากรอบ ก็ไม่มีลูกไหนที่ผ่านมือผู้รักษาประตูของหงส์แดงไปได้เลย แต่เจ้าบ้านเองก็ไม่ได้ปราณีศัตรูผู้มาเยือน เลยแม้แต่น้อย เมื่อเริ่มเกมครึ่งได้เพียง นาที จากการทำประตูของ มาเน่ โดยมี เฮนเดอร์สันแอสซิสต์ให้ ในนาทีที่ 51 หลังจากนั้นห่างกันเพียงแค่ นาที เจ้าบ้านก็บุกตลุยเพื่อทำประตูขั้นนำและก็เป็นผลให้เจ้าบ้านได้ขึ้นนำเป็น 2-0 ประตูจากผลงานของจอมยิงประตูอย่าง โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ และจบเกมด้วยการที่ทีมเยือนอย่างเชลซี ไม่สามารถตีไข่แตกได้เลยแม้แต่ประตูเดียว 

 

 

Cardiff VS Liverpool (0-2) 

 

https://talksport.com/wp-content/uploads/sites/5/2019/04/TALKSPORT-CARDIFF-V-LIVERPOOL.jpg?strip=all&quality=100&w=620&h=413&crop=1

 

การแข่งขันนัดนี้คาร์ดิฟต้องเปิดบ้านรับลิเวอร์พูล ที่มีฟอร์มเดือดแถมยังต้องคอยทำแต้มหนีห่าง แมนซิตี้เพื่อป้องกันอันดับ ไว้ แต่สถานการณ์ของคาร์ดิฟเองก็กำลังย่ำแย่ ทำให้ต้องต้อนรับคู่แข่งที่มาเยือนอย่างไม่เต็มใจนัก เพราะคาร์ดิฟอยู่ในอันดับรั้งท้าย ตารางและยังต้องพยายามเล่นทำแต้มขึ้นมา เพื่อหนีตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก แต่ทว่าก็ต้องตกเป็นทีมรองตลอดเวลาการแข่งขัน โดยที่โอกาสของเจ้าบ้านอย่างคาร์ดิฟเรียกได้ว่านับได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว โอกาสที่ใกล้เคียงที่สุดคงเป็นจังหวะที่ อูมาร์ นิอาสเซ่ โหม่งระยะประชิดแต่บอลดันกระเด้งไปตรงตัวผู้รักษาประตู อลิสสัน เบ็ดเกอร์ ทำให้เขาปัดข้ามคานออกไปได้จบโอกาสแรก ของทีมเจ้าบ้านอย่างไม่ไยดี เมื่อเริ่มเกมครึ่งหลัง ฝันร้ายก็เข้ามาเยือนเจ้าบ้านอย่างแท้จริง หงส์แดงได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 56 จากการเตะมุมเรียดมาจนถึง จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม และส่งบอลเปิดลูกนั้น ตุงตาข่ายให้ทีมเยือนอย่างลิเวอร์ดีดตัวออกนำไปก่อน 1-0 ประตู หลังจากนั้นอีกสักพักหนึ่งทีมเยือนได้ประตูขึ้นนำเพิ่มขึ้นอีก จากการทำฟาล์ว โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ในเขตโทษโดย ฌอน มอร์ริสัน ส่วนผู้รับหน้าที่สังหารตกเป็นของ เจมส์ มิลเนอร์ ส่งลูกเข้าไปตุงตาข่าย ยืนยันความพ่ายแพ้ ให้กับเจ้าบ้านอย่างคาร์ดิฟไปในนาทีที่ 81 สรุปคาร์ดิฟอยู่ในอันดับที่ 18 เป็นตำแหน่งเดิมโดยต้องการอีก แต้มเพื่อขึ้นไปสู่อันดับที่ปลอดภัยจากการหนีตกชั้น 

 

Liverpool VS Porto ( สกอร์รวม 6-1 ) 

 

https://statics.sportskeeda.com/editor/2019/04/e6f20-15547190539318-800.jpg

 

ในช่วงการแข่งขันเพื่อคัดรอบ ทีมสุดท้ายให้เหลือ ทีมสุดท้ายในการแข่งขันยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก ครั้งแรกพวกเขาเปิดบ้านรับศึกปอร์โต แต่ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจที่ลิเวอร์พูลได้แต้มนำไปถึง 2-0 ประตูก่อน ถัดมาถึงคราวที่ปอร์โตจะต้องเป็นฝ่ายเปิดสนามรับ การมาเยือนของเหล่าหงส์แดงบ้าง แต่เกมการแข่งขันนัดนี้เป็นเกม ที่เลวร้ายอย่างมากกับปอร์โต เนื่องจากหงส์แดงบุกมาถึงบ้านของพวกเขา เพื่อผลักพวกเขาตกรอบอย่างไม่ปราณีด้วยสกอร์ที่ทิ้งห่าง 4-1 ทำให้ปอร์โตส่งลิเวอร์พูลเข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายอย่างไม่ยินดีเท่าไหร่ โดย ประตูที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นผลงานของ เหล่าสามประสานในแดนหน้าของลิเวอร์พูลไปแล้ว ประตู ทั้งซาดิโอ มาเน่ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ คนสุดท้ายคือกองหลังจอมทำประตูอย่าง ฟานไดค์ ผลงานครั้งนี้ทำให้พวกเขาเข้ารอบโดยมีสกอร์รวมถึง 6-1 ประตู เข้ารอบ ทีมสุดท้ายของยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก อย่างเหนือชั้น 

 

ผลงานโดยรวมในช่วง 5-6 นัดหลังที่ผ่านมาของหงส์แดงลิเวอร์พูล ค่อนข้างทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมจนแทบไม่มีข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในการแข่งขันเลย อีกทั้งหลายเกมที่พวกเขาทั้งเปิดบ้านรับทีมเยือน หรือแม้แต่การไปเยือนทีมอื่น ก็ยังคงโชว์ฟอร์มโหดอย่างดุเดือด จนถล่มคู่แข่งยับมานัดต่อนัดแล้ว ที่เหลือก็แค่การแข่งขันในพรีเมียร์ลีกอีกไม่กี่นัดถ้าหากพวกเขาไม่หลุดโค้งสุดท้ายพลาดท่าให้แมนซิตี้ขึ้นแซงเสียก่อน ส่วนในการแข่งขันยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก ถูกจับคู่กับทีมโหดจากสเปนอย่างบาร์เซโลน่า ซึ่งดูสมน้ำสมเนื้อเอามากๆ คงเป็นการแข่งขันที่ยากจะคาดเดาว่าใครกันแน่ที่จะกุมชัยชนะไว้เหนือกว่ากันคงต้องรอติดตามชมกันต่อไปในวันที่ 2 เดือนพฤษภาคม สำหรับการแข่งขันนัดแรกโดยบาร์เซโลน่าเป็นเจ้าบ้านนั่นเอง 

Leave a Reply